*

ต้องขอบอกก่อนว่า นกยังเด็กอยู่ และดูหนังมายังไม่ค่อยมากนัก ถ้าเรื่องไหนที่พี่ๆ เพื่อนๆเคยดุแล้วแต่คิดว่าไม่สนุกก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ

*

นกประสบการณ์ยังน้อย แต่ก็พอมีหนังในดวงใจอยู่บ้าง ขอแยกออกไปเป็นแนวๆก็แล้วกัน

*

ดูแล้วรู้สึกสดใสที่สุด

*

Le Fabuleux destin d'Amélie Poulain (อามีลี่ สาวน้อยสะดุดรัก)

             ต้องเรื่องนี้อยู่แล้ว  เป็นหนังฝรั่งเศส ปี 2001 ค่ะ นำแสดงโดย Audrey Taotou จาก The Da Vinci Code (โซฟี) ที่เรารู้จักกันดี   หลงเสน่ห์ความน่ารักสดใสของตัวละคร (อามีลี่) กับฉากหลังกรุงปารีสที่งดงาม หนังย้อมสีทำให้ภาพดูคลาสสิคสดใส  เพลงประกอบก็เพราะมากๆ   นิสัยของอามีลี่ อาจจะดูแปลกๆ (ความจริงก็แปลกแทบทุกคน) แต่มันก็เป็นความจริง ความชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน เราเองก็มีความชอบ สำหรับอามีลี่นั้น ความชอบของเธอคือการเอามือจุ่มลงไปในกระสอบเมล็ดพืช การมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขตามอัตภาพ การช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุข การอบเค้ก การเอาช้อนตีลงไปบนเค้ก นี่คือความสุขเล็กๆน้อยๆ ที่เราสามารถหาเองได้ง่ายๆในชีวิต แล้วความชอบของคุณล่ะคืออะไรคะ? 

เรื่องย่อ : มันเป็นเรื่องยากที่จะค้นหาอะไรบางอย่าง ในขณะที่คุณก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร?

อามีลี่ อาศัยอยู่ในกรุงปารีส และขังตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอ เธอทำงานที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งและเช่าอพาร์ทเมนต์อยู่ ชีวิตของเธอดูเหมือนจะน่าเบื่อแต่ก็ไม่เลวร้ายเกินไปนัก ยกเว้นเพียงแต่ความหว้าเหว่ที่เธอก็ไม่รู้ว่าจะขจัดมันไปได้อย่างไร
*
จากนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อ อามีลี่ บังเอิญพบกล่องสมบัติในวัยเด็กของใครคนหนึ่งในอพาร์ทเมนต์ แล้วเธอก็ส่งคืนให้กับเจ้าของๆ มัน และล้วกล่องสมบัติชิ้นนั้นก็ได้ทำให้ทั้งชีวิตของชายกลางคนผู้เป็นเจ้าของและ อามีลี่ เปลี่ยนแปลงนับแต่บัดนั้น

*

เธอทำให้เพื่อนร่วมงานหญิงพบรักใหม่ เธอขโมยตุ๊กตาโนมของพ่อและส่งมันไปท่องเที่ยวรอบโลก เธอเขียนจดหมายรักในนามของคนรักที่ตายไปแล้วของหญิงอาภัพผู้ดูแลอพาร์ทเมนต์ เธอกำลังถูกมนุษย์แก้วเฝ้ามองดู

*

นีโน่ ชายผู้เก็บสะสมเสียงหัวเราะและภาพถ่ายติดบัตรจากเครื่องถ่ายรูปอัตโนมัติที่ทิ้งแล้ว เขาทำงานรับจ้างเป็นปิศาจในบ้านผีสิง เขาตกเป็นเป้าสายตาของ อามีลี่ ทั้ง อามีลี่ และ นีโน่ เป็นคู่ที่เหมาะสม แต่ทั้งสองจะพบรักกันได้หรือไม่ ภาพยนตร์โรแมนติกคอมดี้ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน…

*

หวังว่า คนที่ยังไม่เคยดู คงจะไปหามาชมนะคะ สำหรับคนที่ดูแล้วคิดยังไงกับเรื่องนี้ก็บอกกันด้วยล่ะ

*

ดูแล้วลุ้นสุดๆ น่าติดตามตลอดเรื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


The Shawshank Redemption  (มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง) 

ถ้าพูดถึงหนังออสก้า แต่ละคนจะบอกว่าเป็นหนังชีวิตที่หน้าเบื๋อ ไม่น่าดู ทำให้ง่วงบ้างละ และยิ่งหนังที่ได้ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอะไรพวกนี้แล้วส่วนใหญ๋ก็จะเป็นหนังดราม่าเข้มๆ ที่ดูยังงัยก็หน้าเบื่อ และส่วนใหญ่คนก็จะไม่ดูกัน แต่ก็จะมีหนังออสก้าส่วนน้อยที่สนุก ถึงจะดราม่า แต่ก็ผสมผสานออกมาได้อย่างน่าชม เหมือนหนังเรื่องนี้ เป็นหนังในดวงใจอีกเรื่องนึงของนก  ดูแล้วไม่ง่วงเลย ยิ่งตอนท้ายๆนี่น่าติดตามสุดๆ บางคนอาจบอกว่า เรื่องนี้หลอกไม่เนียนบ้าง อย่างงั้นอย่างี้ แต่สำหรับนกแล้ว หนังเรื่องนี้หลอกนกได้อยู่หมัด.. สรุปก็เป็นหนังที่มีเนื้อหาดี ได้แง่คิดมากมายค่ะ

 

เรื่องย่อ :

หนังเป็นเรื่องเล่าของนายธนาคารหนุ่มชาวอังกฤษชื่อ แอนดี้ ดูเฟรนส์ เขาคือผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานเป็นอย่างสูง แต่แล้วชีวิตก็ต้องพลิกผัน เมื่อกลายเป็นผู้ที่ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชู้รักของเธอ ผลของคำตัดสินของศาลส่งเขาเข้าไปอยู่ใน Shawshank State คุกที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดที่สุด และในนี้เองที่ แอนดี้ ได้พบกับเรื่องราวมากมาย ความโหดร้าย รุนแรงต่างๆ นาๆ และในสุดเค้าจะหนีรอดออกมาจากคุกได้อย่างไร ต้องติดตามกันในหนังเรื่องนี้ รับประกันว่าเรื่องนี้จะได้อะไรหลายๆ อย่างนอกจากความสนุกแน่นอน

*

นึกได้ว่ามีหนังอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นแนวเดียวกัน เรื่องนี้นอกจากน่าติดตามตลอดเรื่องแล้ว ยังซึ้งอีกต่างหาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


The Green Mile
(
ปาฏิหาริย์แดนประหาร)


        
    ผู้กำกับคนเดียวกับเรื่องข้างบน ตอนจบ จบได้ดีมาก เรื่องเกี่ยวกับคุก (อีกแล้ว..) นกชอบหนังแนวแบบนี้อ่ะค่ะ ชอบดูคนใส่ชุดตำรวจเท่ๆ  (เป็นอะไรมากมั๊ย?..) ไปอ่านเรื่องย่อเลยก็แล้วกัน

*

เรื่องย่อ : The Green Mile เป็นเรื่องย้อนอดีตที่ พอล เอดจ์คอมบ์ เล่าให้ อีเลน คอนเนลลี่ เพื่อนหญิงที่พักอยู่ที่บ้านพักคนชราฟัง เขาอยู่ที่นี่มานานกว่า 60 ปีหลังจากเกษียณ เขาเคยทำงานเป็นหัวหน้าผู้คุมนักโทษประหารที่ Cold Mountain Penitentiary

*

งานของเอดจ์คอมบ์ ในขณะประจำการที่ Cold Moutain ทางใต้ ในยุคของการกดขี่ด้านชนชั้น คือการดูแลนักโทษประหาร 4 คนที่รอการเดินทางผ่านเส้นทาง ที่เรียกว่า กรีนไมล์, ทางเดินสีเขียวที่นักโทษใช้เป็นทางเดินออกจากกรงขัง ..ไปสู่เก้าอี้ไฟฟ้า

*

เป็นเวลากว่าหลายปี ที่เอดจ์คอมบ์เดินไปบนทางเดินนี้ พร้อมกับนักโทษหลายต่อหลายประเภท แต่เขาไม่เคยรู้สึกผูกพันกับใครเหมือนอย่างที่รู้สึกกับ จอห์น ค็อฟฟี่ นักโทษผิวดำร่างยักษ์ ที่ต้องคดีฆาตกรรมเด็กหญิงสองคน ถ้าดูจากรูปร่างของเขา มันเป็นเรื่องไม่ยากที่จะฆ่าใครสักคน แต่พฤติกรรมของเขา กลับตรงข้ามกับสิ่งที่ใครๆเห็น เขารักสงบ อ่อนโยน และกลัวความมืดเป็นที่สุด นอกจากนี้ค็อฟฟี่ยังมีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ก่อความสงสัยในใจเอดจ์คอมบ์ว่า ค็อฟฟี่สังหารเด็กหญิงสองคนนั้นจริงหรือไม่

*

ขณะที่เรื่องราวดำเนินไป พอล เอดจ์คอมบ์ ได้เรียนรู้ว่า บางครั้งสิ่งมหัศจรรย์ อาจเกิดขึ้นในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด..

*

ขออีกเรื่องนึงแล้วกัน..

*

หนังสนุก ดูได้ทุกวัย

 

 *

Back to the Future (เจาะเวลาหาอดีต)

ทุกคนคงรู้จัก โดราเอม่อนกันดีอยู่แล้ว งั้นก็คงห้ามพลาดเรื่องนี้แน่นอน back to the future หนังปี 1985 (จริงๆมี 3 ภาค แต่ภาคแรกสนุกสุด) เรื่องราว และตัวละคร มีส่วนคล้ายกับโดราเอม่อน ในหลายๆด้าน ทั้งยังให้แง่คิดมากมาย เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดจริงๆ

เรื่องย่อ :

ปี 1985 มาร์ตี้ แมคฟลาย (Michael J. Fox) เด็กหนุ่มที่ได้รู้จักกับ ดร.เอ็มเมท บราวน์ (Christopher Lloyd) นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง ผู้สามารถค้นคิดประดิษฐ์ยานเจาะเวลา หรือ ไทม์ แมชชีน ขึ้นมาได้ในรูปรถยนต์ธรรมดาคันหนึ่ง แล้วในคืนวันที่มีการทดลองกันนั้น ก็มีเหตุไม่คาดฝันอันทำให้มาร์ตี้ต้องเจาะเวลาโดยไม่ได้ตั้งใจ ย้อนเวลากลับไปในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน ไปสู่ปี 1955
*
และเขาก็ได้เจอดร.บราวน์ตอนหนุ่ม แต่ที่วุ่นยิ่งกว่าคือเขาได้เจอพ่อและแม่ (Crispin Glover และ Lea Thompson) ตอนที่ทั้งคู่ยังไม่ได้จีบกันด้วยซ้ำ แล้วไปๆ มาๆ แม่เขาดันหลงเสน่ห์เขาแทนที่จะไปชอบพ่อ ยังไม่พอครับ เขายังต้องพบกับศัตรูตลอดกาลของตระกูลแมคฟลาย อย่าง บีฟ เทนเนนท์ (Thomas F. Wilson) ที่จ้องหาเรื่องพ่อของมาร์ตี้ได้ทุกวี่วัน คราวนี้มาร์ตี้จึงต้องทำทุกวิถีทางในการช่วยให้พ่อกับแม่ได้รักกัน ช่วยจัดการเจ้าบีฟ และแน่นอน ช่วยตัวเองในการกลับไปสู่อนาคต

*

*

ยังมีอีกหลายเรื่องที่นกชอบ เอาไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ

*

แล้วเพื่อนๆล่ะ ชอบเรื่องอะไรกันบ้าง???????????

 

 

 

 

edit @ 5 Nov 2007 19:54:43 by NOK

ว่าด้วยเรื่อง 7-eleven

posted on 03 Nov 2007 13:02 by cuckoo-nest
 *
 *
 *
*
7-Eleven ถือเป็นร้านสะดวกซื้อที่เรารู้จักกันดีนะคะ ไม่ว่าจะไปที่ไหน เราก็จะเห็นโลโก้สีแดง ส้ม เขียว ขาว รูปเลข 7 แบบนี้ตลอด
บางคนอาจคิดว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศไทยเป็นผู้ก่อตั้ง เพราะเห็นเต็มไปหมดทั่วประเทศ แต่จริงๆแล้ว ประวัติของเซเว่นที่เรารู้จักนั้น ก่อตั้งครั้งแรกในอเมริกาค่ะ นี่เป็นประวัติคร่าวๆของร้านสะดวกซื้อแห่งนี้

*

*

*

- ย้อนกลับ ไปใน ปี1927 ณ เมือง Dallas มลรัฐ Texas ประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท Southland Ice Company (Southland Corporation) เริ่มต้นกิจการจากการ ผลิตและจัดจำหน่าย น้ำแข็ง ในปีเดียวกันนั้นเอง บริษัทได้มี นโยบายขยายกิจการ โดยนำสินค้าอุปโภค บริโภค เช่น นม ขนมปัง สบู่มา จำหน่ายโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่ออำนวยความสะดวก สบาย ให้แก่ผู้บริโภคอย่างเต็มที่พร้อมกับ เปลี่ยนชื่อ เป็น Tote'm Store ประกอบกับความต้องการขยาย กิจการการค้าปลีกนี้เอง ในปี 1946 จึงได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งหนึ่งเป็น 7-Eleven ชื่อนี้มาจากเวลา ซึ่งให้บริการตั้งแต่ 07.00 - 23.00 น. 7 วันตลอดสัปดาห์

- นับจากนั้นเป็นต้นมา7-Elevenได้เป็นที่นิยมแพร่หลาย ขยายสาขาออกไปทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง และยังมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจค้าปลีกได้พัฒนารูปแบบไปสู่ความทันสมัย ในปัจจุบัน7-Eleven เป็นconvenience store ที่มีเครือข่ายมากที่สุดเกือบ 26,898 สาขาทั่วโลก
- ประเทศที่มีสาขาของ 7-Eleven อยู่มากที่สุดคือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมากกว่า 10,000 สาขา และยังขยายต่อไปอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการขยายประมาณ 400 สาขาต่อปี อันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่นก็คือประเทศ สหรัฐอเมริกา (ประเทศเจ้าตำรับ 7-Eleven ) มีจำนวนมากกว่า 5,700 สาขา และอันดับ 3 คือ ประเทศไต้หวัน ที่มีจำนวนสาขากว่า 3,400 สาขา
7-Eleven ในเมืองไทย 
 - ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 1988 เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เซ็นสัญญาซื้อสิทธิประกอบกิจการค้าปลีก (License) ภายใต้ชื่อ 7- Eleven จากบริษัท Southland Corporation และได้เปิดร้านสาขาแรก เมื่อ วันที่ 1 มิถุนายน 1989 ณ มุมถนนพัฒน์พงษ์ จวบจนปัจจุบันนี้ 7-Eleven ประสบความสำเร็จมีเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
- ปัจจุบัน7-Eleven ได้ขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่องไปทุกภูมิภาคในประเทศด้วยทิศทางการบริการที่มีมาตรฐานเดียวกัน การขยายสาขามี 3 ลักษณะคือ บริษัทลงทุนเอง ปัจจุบัน มี 1,610 สาขา การร่วมทุน (Franchise) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทกับผู้สนใจ ปัจจุบันมี 684 สาขา การได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต (Sub-Area License)โดย ผู้ได้รับช่วงสิทธิจะขยายสาขาในพื้นที่ที่ได้รับสิทธิ ตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนด ปัจจุบัน มี 124 สาขา รวม 2,418 สาขา ณ วันที่ 31 มกราคม 2546 เครือข่ายทั่วโลก 

.+**+.+**+.+**+.+**+.+**+.+**+.+**+.+**+.+**++.+**+.

รูปภาพร้านเซเว่นสวยๆ จากต่างประเทศ 

 
 สีผนังสวยดีจัง ประเทศไทยมีแบบนี้มั๊ยนะ
*
*
 ตรงหัวมุมพอดี สวยจัง (ลองสังเกตบรรยากาศในร้าน..)
*
*
อันนี้ก็ธรรมดา แต่เป็นร้านสีชมพูอ่ะ
*
*
อันนี้แปลกมากๆ.............. แต่ก็สวยไปอีกแบบ (ดูประตูแล้วรู้สึกหลอน~)
*
*
*
*
ที่ไหนเนี่ย??
*
*
*
เซเว่น เป็นธุรกิจ franchise นะคะ (อ่านว่า แฟรน-ไชส์ อย่าอ่านว่า เฟรน-ไชด์ เชียวล่ะ)
* 
ธุรกิจแฟรนไชส์คืออะไร
อธิบายอย่างง่ายๆ คือ การที่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียง ประสบการณ์ หรือ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจของตนนั้น ต้องการที่จะขยายธุรกิจออกไป แต่ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะกระทำได้เพียงลำพัง จึงต้องจับมือกับผู้ที่สนใจในธุรกิจเดียวกัน หรือ มีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาร่วมลงทุน  ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีความสนใจ ต้องการร่วมธุรกิจนั้นๆ มีเพียงทุนและกำลังกายกำลังใจ แต่ไม่มีความชำนาญหรือไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้จะหาสินค้าได้ที่ไหน จะขายที่ไหน ตลาดอยู่ที่ใด ไม่รู้จะจัดระบบธุรกิจอย่างไร หรือไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี จึงอาศัยแฟรนไชส์ในการเข้าสู่ธุรกิจนั้นๆ   จึงเป็นที่มาของธุรกิจแฟรนไชส์นั่นเอง
*
*
เว็ปเซเว่นประเทศไทยค่ะ .. www.7eleven.co.th
อันนี้ของต่างประเทศเค้า http://www.7-eleven.com/
 
ที่มา  
www.positioningmag.com
*
*
หวังว่าคงเป็นความรู้ใหม่ของหลายๆคนนะคะ ใครที่รู้อยู่แล้วก็คงไม่คิดมากนะคะ

edit @ 3 Nov 2007 13:32:14 by NOK

edit @ 3 Nov 2007 13:39:57 by NOK

 

 

สวัสดีค่ะ นี่เป็นบล็อกแรกของนก เห็นคนอื่นเขียนบล็อกสวยๆกันทั้งนั้นเลยอยากลองทำดูบ้าง (ของตัวเองดูไม่ได้.... T T) ตั้งใจจะให้เป็นบล็อกสาระประโยชน์ ข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หนัง เพลง หนังสือ การ์ตูน หรือเรื่องไม่เป็นเรื่องที่นกอยากจะเอามาเล่าให้ฟัง

เจ้าของบล็อกคนนี้เป็นหญิงสาวชื่อเล่นว่า "นก" นะคะ เป็นคนนิสัยดี คบได้ หน้าตาก็โอเค ตอนนี้ตัดผมทรงเดียวกะ อามีลี่ คล้ายๆกับรูป ดิสเพลทางด้านขวา ... ประมาณนั้นเลย แต่ก็ดูพอใช้ได้นะ ถึงจะสู้เทาทูไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ.. สีของบล็อกออกไปทางโทนสีน้ำตาล ส่วนตัวแล้วชอบสีน้ำตาลค่ะ มันดูคลาสสิคดี เป็นกำลังใจให้บล็อกใหม่ของนกด้วยนะคะ

บล็อกดูแย่ยังไง ก็ขอให้เข้ามาติกันเยอะๆ นกจะดีใจมากค่ะ ดีกว่าไม่มีคนเม้นท์ ใครทำบล็อกใหม่ๆ ก็เอามาแนะนำนกก็ได้นะ นกอยากทำความรู้จักกับเพื่อนๆที่ทำบล็อกเหมือนกัน ใครมาเม้นท์แล้ว เดี๋ยวนกจะเข้าไปหา

บ๊ายบายค่ะ ต้องไปทำภารกิจดูหนังที่เช่ามาให้จบก่อน  นกชอบดูหนังนะคะ ใครชอบดูหนัง แล้วมีหนังในดวงใจเรื่องไหนบ้างก็เอามาเล่าให้นกฟังได้ แล้ววันหลังนกจะเล่าให้ฟังบ้าง

 

edit @ 3 Nov 2007 12:59:06 by NOK

edit @ 3 Nov 2007 13:00:21 by NOK